แทบเป็นลมล้มทั้งยืน !! ไฟไหม้ร้านค้าวอดทั้งหลัง

วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 เวลา 11.20 น. พ.ต.ท.สุรศักดิ์ อักษรกลาง รอง ผกก. สอบสวน สภ.หนองหาน จ.อุดรธานี ได้รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้ ร้านขายของชำ ในเขตเทศบาลตำบลหนองเม็ก อ.หนองหาน จ.อุดรธานี หลังรับแจ้งจึงประสานรถดับเพลิงเทศบาลตำบลหนองเม็ก กู้ภัยสว่างเมธาธรรมอุดรธานี VR กู้ภัยหนองหาน ตำรวจ 191 กู้ภัยทางหลวงหนองหาน กู้ภัยส่งเสริมธรรมหนองหาน รุดไปตรวจสอบ

จากนั้น นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พร้อมคณะ และว่าที่ ร.ต.รักชัย เลิศสุบิน นายอำเภอหนองหาน ได้รุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ พบว่าเพลิงกำลังลุกไหม้บ้านเลขที่ 26/7 เป็นบ้านของ น.ส.สภารัตน์ ต้นพรหม อายุ46 ปี เป็นบ้านไม้สองชั้น ที่ชั้นบนเป็นที่พักอาศัย ส่วนชั้นล่างมีสินค้าจำนวนมากจำหน่าย โดยเพลิงได้ลุกไหม้ทั้งหลัง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงช่วยกันฉีดน้ำสกัดเพลิงไหม้อยู่นานกว่าชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ โชคดีที่เกิดเหตุช่วงกลางวันทุกคนภายในบ้านปลอดภัย โดยเจ้าของบ้านเป็นลมล้มทั้งยืน เพื่อนบ้านต้องช่วยกันประคองตัวเอาไว้

หลังจากนั้น เจ้าของบ้านตั้งสติได้ ผู้ว่าอุดรฯ ได้เข้ามาสอบถามว่า ร้านเปิดขายอะไรบ้าง ซึ่งจำหน่ายตั๋วรถประจำทาง และขายของชำมานานหลายสิบปี โดยเจ้าของบ้านทำการซักผ้าอยู่หลังบ้าน ได้ยินเสียงชาวบ้านร้องตะโกนบอกว่าไฟไหม้บ้าน ในตอนนั้นไม่คิดว่าเป็นบ้านตนเอง จึงได้วิ่งออกมาดูพบว่าเพลิงได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ที่บ้านตนเอง ทำให้แทบจะเป็นลมและล้มทั้งยืน
ส่วนนางจริยา สัจจะมณี อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่291 หมู่1 ตำบลหนองเม็ก ผู้ใหญ่บ้าน หมู่1 บ้านหนองเม็ก ให้การว่า ในขณะที่นั่งอยู่หน้าบ้าน ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม บ้านเกิดเหตุเพลิงไหม้ มองเห็นเพลิงลุกไหม้ ร้านขายของชำ จึงได้โทรแจ้งเทศบาลหนองเม็ก ก่อนที่ตนจะเอาถังดับเพลิง เข้าไปฉีดดับไฟ แต่ไม่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เนื่องจากเป็นบ้านไม้ ทั้งหลัง เป็นเชื้อไฟอย่างดี ทำให้ลุกลามไหม้อย่างรวดเร็ว

พ.ต.ท. สุรศักดิ์ อักษรกลาง รอง ผกก. เปิดเผยว่า ในเบื้องต้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุ ก็มีคนอยู่ภายในบ้านที่ชั้นล่าง โดยมีชาวบ้านที่อยู่ฝั่งตรงข้าม เห็นไฟลุกไหม้บริเวณเสาหน้าบ้านและชั้นบนของตัวบ้าน แล้วก็ลุกไหม้อย่างรุนแรง ซึ่งบ้านเป็นบ้านไม้ ทำให้ติดไฟได้ง่าย ทำให้บ้านถูกไฟไหม้ไปทั้งหลังและยังลุกลามไปยังบ้านใกล้เคียงเสียหายอีก 1 หลัง เสียหายไปบางส่วน โดยจะได้ประสาน เจ้าหน้าที่วิทยาการจังหวัดมาตรวจพิสูจน์หาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ที่แท้จริง ส่วนค่าเสียนั้นประมาณหนึ่งล้านบาท

Loading...