เศรษฐกิจพอเพียง ทฤษฎีนี้ใช้ได้จริงและยั่งยืนหากเข้าใจ

หลายๆคนคงจะจำพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่๙ได้ที่พระองค์ทรงตรัสถึงคำว่า เศรษฐกิจพอเพียง หรือว่าการอยู่อย่างเป็นสุขด้วยความพอดีไม่ก่อหนี้สร้างความเดือดร้อนให้แก่ตนและประเทศชาติ

ทฤษฏีพอเพียงกับคุณตาพูนชัย เกษตรกรชาวอุดรฯ

วันนี้เราอยากชวนคุณผู้อ่านให้หยุดพักจากการความบันเทิงบนโลกออนไลน์ เปลี่ยนจากการติดตาม ราคาบอลไหล ความสนุกในวงการลูกหนังชั่วคราว แล้วหันมาดูเรื่องดีๆ เกี่ยวกับความพอเพียงกับบ้าง เศรษฐกิจพอเพียงในที่นี้ ก็คือการใช้ทรัพย์สมบัติของเราที่มีคู่ให้มีค่าและเป็นประโยชน์มากที่สุด อย่างเช่น การใช้พื้นดินที่สวนไร่นาของเราที่ว่างเปล่าจากการปลูกดำ โดยเปลี่ยนให้เป็นพืชผักชนิดอื่นที่ปลูกแล้วเลี้ยงชีพเลี้ยงครอบครัวได้ ส่วนกำไรนอกจากนั้นเมื่อผลผลิตออกมาดีก็คือ ได้แปรเปลี่ยนเป็นทรัพย์สินหรือเงินทองเพื่อมาหมุนเวียนภายในครัวเรือนหรือใช้เป็นทุนต่อยอดเพื่อสร้างผลิตผลต่อไป  ทฤษฎีนี้เคยถูกนำไปใช้ปฏิบัติและได้ผลจริงมาแล้วกับเหล่าเกษตรกรหลายราย แต่วันนี้จะขอยกนักเกษตรกรท่านหนึ่งชาวจังหวัดอุดรฯ ที่เขาได้ประสบความสำเร็จในการดำเนินรอยตามเกษตรทฤษฎีใหม่หรือที่เรียกเศรษฐกิจพอเพียง

ที่บ้านเลขที่ 250 หมู่ที่ 1 ต นายุง อ นายุง จังหวัดอุดรธานี มีสองตายายสองสามีภรรยาผู้เป็นเจ้าของไร่ และสวนผักแบบผสมผสานตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ 9 คุณตาชื่อว่านายพูนชัย สาระพัด อายุ 72 ปี ส่วนคุณยายชื่อว่านางหนูกอง สาระพัด โดยคุณพูนชัย ได้กล่าวไว้ว่าแต่ก่อนนั้นปลูกสวนยางพารา แต่ต่อมาภายหลังราคายางพาราตกต่ำลงจึงทำให้รายได้ไม่พอจ่าย ทั้งค่าปุ๋ยค่ายาฆ่าหญ้าและก็ทำให้ติดหนี้อีกด้วยเพราะต้องหาเลี้ยงจุนเจือครอบครัว ด้วยเหตุนี้จึงทำให้คุณตาเกิดความคิดใหม่ๆ จึงได้ศึกษาในวิธีการปลูกพืชผักแบบผสมผสานนี้ขึ้นมา และก็เป็นพืชผักทุกชนิดประเภทที่กินได้ อย่างเช่น พริก มะละกอ บวบ มะพร้าว มะม่วง และผักสวนครัวต่างๆ อีกทั้งแกมีสระน้ำอยู่ด้วยในพื้นที่นั้น ก็เลยเลี้ยงหอย กุ้ง ปู ปลา เป็ดไก่ ซึ่งสัตว์เลี้ยงเหล่านี้เป็นสัตว์เศรษฐกิจสามารถส่งออกขายตามท้องตลาดได้ตามฤดูกาล

คุณตาพูนชัย ยังกล่าวต่ออีกว่าเมื่อเดิมทำการเกษตรแบบไร่ผสมผสาน หรือเกษตรแบบทฤษฎีใหม่นี้ตนเห็นว่าได้ผลผลิตดีและในฐานะความเป็นอยู่ทางครอบครัวมีแนวโน้มไปในทางที่ดี จึงเริ่มทำมาเรื่อยๆ และมีการปลูกเพิ่มเติมในพืชผักบางส่วนเช่น ปลูกแตงกวาพันธุ์หยกขาวซึ่งนำมาปลูก 270 ต้นภายใน 40 วันได้ผลผลิต 270 ถุงและนำไปขายได้ 700 800 ต่อวัน ที่เหลือนั้นก็เก็บไว้กินเองบ้าง ไม่ต้องซื้อ ส่วนรายได้อื่นๆ จากผลิตทั้งเป็นผัก และบ่อปลาก็มีอีกอยู่พอสมควรที่จะเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ คุณตาพูนชัยได้กล่าวไว้ และที่สำคัญที่สุดก็คือ พืชผักทุกชนิดในสวนของคุณตาไม่มีการใช้ปุ๋ยเคมีหรือสารเคมีใดๆ แกใช้วิธีที่คิดค้นขึ้นมาเอง โดยใช้ขี้เถ้าแทนปุ๋ยด้วยการนำไม่สดมาเผา และรดไฟให้ดับหลังจากนั้นก็นำถ่านมาแช่น้ำ และนำไปรดพืชผักต่ออีก ซึ่งก็เป็นเหตุให้พืชเจริญงอกงาม และได้ผลผลิตแถมปลอดสารพิษอีกด้วย

นี่คือการพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสขนานแท้ ของนายพูนชัย หรือคุณตาพูนชัย สาระพัด ด้วยการนำแนวทางปรัชญาทางเศรษฐกิจพอเพียงตามคำสอนของพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ถือว่าได้ผลเป็นอย่างมาก ถึงไม่ร่ำรวย แต่ก็มีอยู่มีกินไม่เดือดร้อนและเป็นหนี้